
10 Dec,
.
เข้าเดือนธันวาแล้ว
อากาศที่นี่กับบรรยากาศเดือนคริสต์มาสทำให้รู้สึกแปลกไปซะหน่อย
ปกติเราจะรู้สึกถึงความหนาวและการร้องเพลงตามบ้านในช่วงเดือนนี้
แต่ที่นี่เป็นหน้าร้อน กว่าดวงอาทิตย์จะตกก็ประมาณสองทุ่มแหนะ
บวกกับการที่รู้ว่าตัวเองต้องทำงานวันคริสตมาสแล้ว
คริสต์มาสปีนี้สำหรับเราให้ความรู้สึกที่แตกต่างจริงๆ
มันดูเงียบๆ ไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา
ไม่มีการไปซ้อมดนตรีที่โบสถ์จนดึกดื่น
ไม่มีการเตรียมจัดบ้าน
ไม่มีความวุ่นวายที่คุ้นเคย
แต่คงมีความหมายอะไรซ่อนอยู่ในความแตกต่างนี้ล่ะมั้ง….
_______________
22 Dec,
.
เป็นวันที่ควรค่าแก่การบันทึกไว้อย่างยิ่ง!!
เมื่อสองวันก่อนได้รับโทรศัพท์จากตำรวจโทรมาบอกว่า
“ยังจำที่คุณเคยไปแจ้งความกระเป๋าหายได้มั้ย
ตอนนี้มีคนมาฝากไว้ที่สถานี คุณมารับได้เลย”
.
อ๊าาาาากกก รู้สึกทั้งช็อกทั้งดีใจจนบอกไม่ถูก
น้ำตาไหลเพราะเป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้กลับมาอีกแล้ว
คริสต์มาสในความเงียบและธรมดาของเราปีนี้
พระเจ้าให้ของขวัญที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
บทเรียนราคาแพงที่เราได้รับในตอนนั้นยังเตือนใจเราเสมอมา
แต่ที่ดียิ่งกว่าคือพระเจ้าให้โอกาสมันกลับมาหาเราอีกครั้ง
เรารู้สึกอบอุ่นใจเหมือนพระเจ้ากำลังบอกเราว่า “พระเจ้าอยู่กับเรา”
.
มารับกระเป๋าที่สถานีตำรวจ
6 เดือนที่กระเป๋าหายไป และเราไม่เคยคิดว่าจะได้คืนอีกแล้ว
สิ่งที่ตะลึงยิ่งกว่าตะลึงก็คือของทุกอย่างในกระเป๋าอยู่ครบ
ทั้งเงิน แว่น กล้อง ไอพอด ทุกบาททุกสตางค์เลยจริงๆ
ดีใจแทบจะกรี๊ดลั่นสถานี
ได้เข้าใจแล้วว่า การที่บิดาได้เจอบุตรน้อยหลงหายมันเป็นยังไง
สิ่งที่มีคุณค่าและเต็มไปด้วยความทรงจำที่เราคิดว่าเราสูญเสียไปแล้ว
แต่วันนึงกลับได้เจออีกมันเป็นความรู้สึกท่วมท้นอย่างนี้นี่เอง
แล้วคนนึงที่กลับใจใหม่ พระเจ้าจะดีใจมากกว่านี้แค่ไหนนะ
_______________
24 Dec,
.
เป็นคำ่คืนคริสต์มาสที่ต้องไปทำงานจ้าา
แถมยังทำงานคนเดียวอีกต่างหาก
แต่มันกลับเป็นโอกาสที่ดีที่ได้พูด “merry christmas” กับคนมากมาย
แบบที่เราไม่เคยได้ทำมาก่อน
ทุกปีเราจะไปงานที่โบสถ์ ทำนู่นทำนี่วุ่นวายอยู่กับการจัดงาน
แต่ปีนี้กับได้ดูแลและมอบความสุขให้คนไข้ที่ก็คงคิดถึงบ้านเหมือนกับเรา

ตอนนั่งรถกลับบ้านเราก็ยังได้เห็นคนจำนวนหนึ่งที่ยังต้องทำงานเหมือนกับเรา
.
อย่างน้อยก็คนขับรถบัส
ยิ่งได้เห็นตอนคนลงรถแล้วบอกกับคนขับรถว่า “Merry Christmas”
เราก็ได้เข้าใจบางอย่างว่า
บางทีการที่เราจะส่งต่อความรักของพระเจ้าในวันคริสต์มาส
มันไม่ต้องมีงานที่ยิ่งใหญ่
ไม่ต้องมีการจัดเตรียมเป็นเวลาหลายเดือน
หรือไม่ใช่การที่เรายุ่งหัวหมุนตลอดเวลากับการให้งานออกมาดี
แต่มันอาจเป็นแค่รอยยิ้มให้กำลังใจ
และคำพูดดีๆ ที่ส่งออกไปให้คนอื่นมีความสุข
แค่ “สุขสันต์วันคริสตมาส” หรือ “ขอให้มีวันที่ดี”
ง่ายๆ แค่นั้นที่ทำให้คนรับอบอุ่นหัวใจ
คริสต์มาสของเราปีนี้ ดูเงียบก็จริง
แต่เราได้เข้าใจความหมายของการส่งต่อความรัก
ที่มากกว่างานอึกทึกครึกโครม
และได้รับของขวัญที่เกินจินตนาการจากพระเจ้า
รู้สึกว่า คริสต์มาสปีนี้ “เงียบและดีจริงๆ”




